รับซื้อบ้านไม้เก่า 099 191 1994

รับซื้อบ้านไม้เก่า รับซื้อไม้เก่า

รับซื้อบ้านไม้เก่า

รับซื้อทุกชนิดของไม้เก่า จะเป็นบ้านเก่า โกดังไม้เก่า เรารับซื้อหมด บริการรื้อถอนฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอยากขายบ้านไม้เก่าโทรหาเรารับซื้อบ้านไม้เก่า 

เพิ่มเติมบทความวันที่ 15-08-2014

++++++บ้านไม้เก่าในความทรงจำ สมัยเด็กบ้านที่อยู่จะเป็นบ้านไม้ ตามชนบทสมัยนั้นจะไม่มีบ้านปูนให้เห็นแม้แต่หลังเดียว ในชนบทจะมีทั้งหลังเล็ก หลังใหญ่ ตามฐานะเจ้าของบ้าน ซึ้งเวลากลับบ้านนอกในปัจจุบันค่านิยมเปลี่ยนไปอาจมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง มักจะไม่สร้างบ้านไม้กันแล้วส่วนใหญ่จะเป็นบ้านปูน บ้านไม้จะมีให้เห็นเพียงไม่กี่หลังไม่กี่หลัง ส่วนใหญ่จะสร้างบ้านไม้ผสมบ้านปูนกันเสียส่วนใหญ่ นั้นอาจเป็นเพราะไม้ที่จะนำมาสร้างบ้านเรือนนั้นหายาก ไม่เหมือนอดีตอยากตัดต้นไหนตัดได้เลยทรัพยากรป่าไม้มีมาก บวกกับไม้ในปัจจุบันราคาแพงมากขั้น ณ เวลานี้ ใครที่ส้รางบ้านด้วยไม้แล้วละก็ถือว่าเป็นคนมีฐานะ การสร้างบ้านด้วยปูนราคาจะถูกกว่าการสร้างบ้านด้วยไม้ทั้งหลัง ยิ่งบ้านไม้สักทั้งหลังไม่ต้องถามราคา ราคาไม้แต่ละชนิดก็ไม่เท่ากัน

+++++แล้วจะสร้างบ้านไม้จะไปเอาไม้ที่ไหนมาสร้าง ป่าไม้หมดแล้ว ผู้คนเริ่มมองไปที่ร้านรับซื้อบ้านไม้เก่า จะเอาไม้ประเภทไหนมีให้เลือกแทบจะทุกชนิดของไม้ก็ว่าได้ ธุรกิจรับซื้อไม้เก่าเริ่มจะมีคนกระโดดลงมาทำเพิ่มมากขึ้น การแข่งขันเริ่มมีให้เห็น เรื่องราคา เรื่องการทำตลาดโฆษณา สังเกตได้จากเดินไปที่หน้าบ้านก็เห็นแล้ว (สติกเกอร์ติดที่เสาไฟฟ้า รับซื้อบ้านไม้เก่า รับซื้อไม้เก่า นั้นเอง)

post : วันที่ 15-08-2014




มารู้จักไม้พยูงกัน

มารู้จักไม้มงคลกัน

ไม้พยูงจัดอยู่ในไม้เนื้อแข็ง เป็นชื่อไม้ที่มีความหมายอันเป็นมงคล  ใครปลูกไว้ในเรือนชาน จะทำให้บุคคลในบ้านมีความสุข ความเจริญ  ทำให้มีมีฐานะดีขึ้น ชีวิตไม่ตกต่ำ 


? เพราะพยูงคือการประคับประคอง ให้มั่นคง ให้คงอยู่ คือการยกสื่งที่เป็นมงคลเข้าบ้านในเอง

ต้นพยูงจัดให้เป็นไม้มงคลที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน  จัดลำดับต้นพยูง อยู่ใน 9 ชนิดของไม้มงคลในประเทศไทยที่ควรปลูกไว้ภายในในบ้านไม้มงคล 9 ชนิดประกอบด้วย 
1.ชัยพฤกษ์
2.ราชพฤกษ์
3.ทองหลาง
4.ไผ่สีสุก, 
5.กันเกรา
6.ทรงบาดาล
7.สัก
8.พยูง
9.ขนุน 

เดียวจะมาลงรูปเพิ่มให้นะครับเกี่ยวกับไม้มงคล พร้อมกับต้นไม้ประจำจังหวัดหลายท่านคงไม่ทราบว่าจังหวัดของท่านมีต้นไม้ประจำจังหวัดชื่อว่าอะไร

25/7/2014

ต้นชัยพฤกษ์

ต้นไม้มงคล 9 ชนิด

ไปหาซื้อมาปลูกกันหรือยังครับ ส่วนความหมายแต่ละชนิดเดียวจะมาลงให้ครับ


ต้นชัยพฤกษ์ ความหมาย "การมีโชคชัย ชัยชนะ ชนะศัตรู ชนะอุปสรรคต่าง"

ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูณ

ต้นราชพฤกษ์ หรือเรียกกันติดปากต้นคูณ


ความหมาย "ความเป็นใหญ่และมีอำนาจวาสนา"

ต้นทองหลาง

ต้นทองหลาง

ความหมายอันเป็นมงคล "มีทรัพย์สินเงินทองใช้ไม่ขัดสน ร่ำรวย เงินทอง"

26/7/2014

ต้นไผ่สีสุก

ต้นไผ่สีสุก

ความหมายอันเป็นมงคล "การมีความสุขโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สุขกายสุขใจ"

29/7/2014

ตันกันเกรา

ต้นกันเกรา

ความหมายอันเป็นมงคล " หรือ ต้นตำเสา หมายถึงทำให้เสาเรือนมั่นคงแข็งแรง ป้องกันภัยอันตรายต่างๆที่จะเข้ามาในบ้าน"

31/7/2014

ต้นทรงบาดาล post: รับซื้อบ้านไม้เก่า

ต้นทรงบาดาล

ความหมายอันเป็นมงคล " บาดาลให้ทุกสิ่งที่ปราถนา สมหวังดังใจนึก"

post : 1/8/2014

ต้นสักจัดอยู่ในไม้มงคล 9 ชนิด

 ความหมายอันเป็นมงคล คือ ความเคารพนับถือและยำเกรง  มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี อำนาจบารมี 

Update post : วันที่ 10-08-2014


++++ไม้มงคลลำดับที่ 8 ขนุนชื่อนี้หมายถึงการได้รับการสนับสนุนชื่อบอกอยู่แล้วครับ

ท่านทราบไหมครับว่าต้นไม้ประจำจังหวัดของท่านคือต้นอะไร อย่างผมปทุมธานีต้นไม้ประจังหวัดคือต้นทองหลางลาย จังหวัดโคราชต้นสาธร จังหวัดอยุธยาตันหมัน (อันนี้หน้าตาเป็นแบบไหนไม่ทราบเลยครับไม่เคยเห็น) จังหวัดนนทบุรีต้นนนทรีย์ป่า ต้นใหญ่ดอกเหลืองๆเป็นพุ่มดอกจะเล็ก 





บทความวันที่ 19-08-2014 มาดูความสำคัญของไม้(wood) เป็นผลิตผลอันยิ่งใหญ่จากธรรมชาติ และเป็นวัตถุดิบที่มีค่ายิ่ง ในสมัยโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นมนุษย์ใช้ไม้เป็นที่อยู่อาศัย ใช้ไม้ทำให้เกิดไฟโดยการเสียดสีกัน ใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิง ใช้เป็นด้ามอาวุธ ต่อมาเมื่อมนุษย์เจริญขึ้นมนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากไม้กว้างขวางออกไปอีก เช่น ใช้ในการก่อสรา้งบ้านเรือนอย่างสวยงาม ใช้ทำเครื่องเรือน ใช้ในการต่อเรือ ทำหมอนรางรถไฟ ทำกระดาษ ทำเชื้อเพลิง ปัจจุบันนี้วิวัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเคมีได้เจริญก้าวหน้าไปอีกมาก ทำให้ยิ่งสามารถใช้ประโยชน์จากไม้ ได้มากขึ้นอีกมาก เรื่องของไม้ที่จะกล่าวต่อไปเป็นเรื่องการใช้ไม้ในการก่อสร้างบ้านไม้ โดยข้อดีที่ใช้ไม้เป็นวัสดุก่อสร้างนั้นมีหลายประการดังนี้1. ในน้ำหนักที่เท่าๆกัน ไม้มีความแข็งแรงและสามารถใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางกว่าวัสดุอื่นๆ

2. ไม้ทำงานได้ง่าย เช่น เจาะ ใส บาก

3. ไม้เป็นฉนวนความร้อนที่ดีเมื่อใช้ทำอาคาร สรา้งบ้านไม้ จะทำให้ร่มเย็น

4. ลายของไม้สวยงาม ทำเครื่องเรือนได้สวย ใช้ทำพื้นก็มีลายสวยและน้ำหนักเบากว่าคอนกรีต

5. ในที่ที่มีแผ่นดินไหว โครงสรา้งบ้านที่เป็นไม้จะมีความยึดหยุ่นตัวได้ ทำให้บ้านไม้ ไม่พัง ผิดกับโครงสร้างบ้านที่เป็นเหล็กหรือคอนกรีตเสริมเหล็กที่อาจจะพังลงมาได้โดยง่ายกว่าบ้านไม้

6. ถ้าได้รับการป้องกันดูแลรักษาเป็นอย่างดีจะทนทานกว่าเหล็ก เพราะไม้ไม่เป็นสนิมหรือผุกร่อนได้ง่าย

7. ความร้อน ความเย็นจัด ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงทางดินฟ้าอากาศจะไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อการใช้ไม้มากนัก

8. ไม้เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีแพร่หลายทั่วประทเศ หาได้ง่าย

9. ไม้สามารถปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นได้ เช่น นำไปอาบน้ำยาให้ทนไฟ ไม้เนื้อ่อนที่ไม่ทนก็อาจอบน้ำยาให้มีความคงทนขึ้นได้อีกมาก
post : โดยรับซื้อบ้านไม้เก่า 



บทความความรู้ ส่วนสำคัญของต้นไม้ โดยรับซื้อบ้านไม้เก่า post:วันที่ 23-08-2014

1.ราก ทำหน้าที่ดูดอาหารและน้ำจากดินในลักษณะของของเหลวลำเลียงผ่านลำต้นขึ้นไปปรุงที่ใบ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ยึดลำต้นให้ติดแน่นอยู่กับพื้นดินเพื่อให้ต้นไม้ทรงตัวอยู่ได้

2.ลำต้น ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารและน้ำจากรากไปยังใบไม้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพุ่มที่ปลายของต้นไม้หรือปลายกิ่ง และนอกจากทำหน้าที่ดังกล่าวแล้ว ลำต้นยังเป็นโครงที่สำคัญของต้นไม้ช่วยชูเรือนยอดให้ได้รับแสงอาทิตย์ ทำให้ใบได้รับแสงอาทิตย์เพื่อช่วยในการปรุงอาหาร

3.พุ่มใบ ทำหน้าที่ปรุงอาหาร ใบไม้จะดูดคาร์บอนไดออกไซด์และอาศัยแสงอาทิตย์เข้าช่วยในการปรุงอาหาร ซึ่งกรรมวิธีนี้เรียกว่า แสงสังเคราะห์ (Photosynthesis) โดยใช้สารสีเขียวซึ่งเรียกว่า คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เมื่อใบปรุงอาหารเสร็จแล้วจะส่งอาหาร ซึ่งอยู่ในลักษณะของของเหลวมายังลำต้นที่ส่วนของ เยื่อเจริญ (Cambium) ไม้จะเพิ่มเนื้อไม้รอบลำต้นที่เยื่อเจริญนี้เป็นชั้นๆ ไปในแต่ละปี ต้นไม้บางต้นโตเร็วเนื่องจากดินดี อากาศดี ส่วนหนาของชั้นที่เจริญนี้อาจเป็นปีละ 3.2-12.7 มิลลิเมตรก็มี แต่ถ้าลำต้นอยู่ในที่แล้ง ไม่ดีทั้งดินและอากาศอาจงอกเพียง 6.4-12.7 มิลลิเมตร ในระยะเวลา 10-15 ปีก็มี 


บทความความรู้ เซลล์ไม้ โดยรับซื้อบ้านไม้เก่า post: วันที่ 27-08-2014

ไม้แต่ละชนิดนั้นจะแตกต่างกันทั้งในด้านโครงสร้างของเซลล์ ความยาวของเส้นใย สี และลักษณะอื่นๆ  ถ้าเราจะนำเนื้อไม้มาส่องดูทางกล้องจุลทรรศน์ซึ่งขยายใหญ่ขึ้นอีกหลายร้อยเท่า จะเห็นได้ว่าไม้นั้ไม่ใช่เป็นวัสดุที่เป็นเนื้อเดียวกัน เซลล์เหล่านี้แบ่งตัวที่เยื่อเจริญ ถ้าแบ่งเซลล์เหล่านั้นตามทิศทางการทอดตัว อาจแบ่งได้เป็น 2 อย่างคือ

1.เซลล์ที่ทอดตัวไปตามความยาวของลำต้นเรียกว่า เซลล์ไม้ (Wood Cell)

2.เซลล์ที่ทอดตัวไปตามแนวเส้นรัสมีเรียกว่า เซลล์รังสี (Ray Cell)

หน้าที่ของเซลล์ เซลล์ในต้นไม้มีหน้าที่ต่างๆกัน ถ้าจะแบ่งออกตามหน้าที่อาจแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้

1.เซลล์ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ ซึ่งโดยทั่วๆไปเป็นเซลล์ใหญ่ที่มีผนังบางเรียกว่า เซลล์ลำเลียง

2.เซลล์ซึ่งทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงแก่ลำต้น ซึ่งโดยมากมักจะเป็นเซลล์ที่มีขนาดเล็กแต่มีผนังเซลล์หนา        เรียกว่า เซลล์ค้ำจุน

3.เซลล์ซึ่งทำหน้าที่สะสมอาหาร ซึ่งโดยปกติจะมีผนังของเซลล์บางและมีรูปร่างเป็นเหลี่ยมแบนลักษณะ          คล้ายอิฐเรียกว่า เซลล์สะสม


รับซื้อบ้านไม้เก่า

บทความ ความรู้เรื่องเนื้อไม้ post : วันที่ 2-09-2014

ไม้การค้าแบ่งออกเป็นสองชนิด คือ ไม้เนื้ออ่อน (Softwoods) และไม้เนื้อแข็ง (Hardwoods) โดยอาศัยวิชาการทางพฤกษศาสตร์เป็นรากฐานในการแบ่งออกเป็นสองชนิดดังกล่าวคือ
  

       ไม้เนื้ออ่อน เป็นไม้ที่ได้จากต้นไม้พวกสน Coniferae ที่มีลักษณะใบเรียวเล็ก (Needle leaves) ผลมีรูปลักษณะเป็นรูปทรงกรวย (Cone) ต้นไม้พวกนี้ส่วนมากขึ้นอยู่ในที่สูงมีอากาศเย็นในประเทศที่มีอากาศหนาว (Temperate regions) ลักษณะโครงสร้างของไม้เนื้ออ่อนเป็นแบบธรรมดาซึ่งแตกต่างจากไม้เนื้อแข็งอย่างชัดเจน และมีความเหมาะสมในการใช้งานก่อสร้างได้ ถึงว่าจะมีเนื้อไม้ของไม้สนหลายชนิดค่อนข้างอ่อนแต่ก็ง่ายต่อการไสตบแต่ง มีน้ำหนักเบาและแข็งพอที่จะใช้สำหรับงานก่อสร้างโดยทั่วไปได้เช่นกัน

        ไม้เนื้อแข็ง เป็นไม้ที่ได้มาจากต้นไม้ที่มีใบกว้าง (broad leaved trees) ซึ่งเป็นไม้จำนวนมากที่มีอยู่ในป่าไม้ของประเทศไทย ไม้ที่เป็นของไทยส่วนมากหรือทั้งหมดที่เป็นการค้าเป็นไม้เนื้อแข็งมีจำนวนหลายสิบชนิด ลักษณะโครงสร้างของไม้เนื้อแข็งมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าไม้เนื้ออ่อน และมีลักษณะแตกต่างระหว่างไม้เนื้อแข็งด้วยกันเองมาก คุณสมบัติของไม้เนื้อแข็งมีความแตกต่างระหว่างพวกไม้เนื้อแข็งด้วยกันทั้งในด้านความแข็งแรงของการรับน้ำและความแข็งของเนื้อไม้อย่างกว้างขวาง

            ข้อแตกต่างของไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็งทางวิชาการที่กล่าวมาแล้ว เป็นความหมายที่ใช้กันทุกประเทศในโลก ดังนั้นความจริงที่ปรากฏว่าไม้เนื้ออ่อนบางชนิด (Softwoods) แข็งกว่าไม้เนื้อแข็งบางชนิด (Hardwoods) จึงไม่เป็นสาเหตุทำให้ความหมายของไม้เนื้ออ่อน และไม้เนื้อแข็งตามความหมายทางวิชาการซึ่งถือเอาลักษณะทางพฤกษศาสตร์และลักษณะโครงสร้างของไม้เป็นเรื่องเกินเลยความจริงหรือผิดพลาดแต่ประการใด

ไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็งที่เป็นปัญหา


ไม้เนื้ออ่อน (Softwood) ที่ว่ากันตามหลักวิชาการทางลักษณะโครงสร้างไม้ก็คือไม้ที่เนื้อไม้ไม่มีรู (non-porous wood) พูดให้ง่าย ถ้าเอามีดคมๆ เฉือนที่หน้าตัดไม้ให้เรียบ แล้วใช้แว่นขยาย (hand lens) ส่องดู จะเห็นว่าไม่มีรู ไม้ที่เป็นไม้เนื้ออ่อนตามหลักวิชาการดังกล่าว ได้แก่ พวกไม้สน (conifers) ส่วนไม้เนื้อแข็งเป็นไม้ที่มีลักษณะโครงสร้างที่มีรู (porous wood) ถ้าใช้แว่นขยายส่องดูเนื้อไม้ตามกรรมวิธีที่ว่า จะพบว่าในเนื้อไม้มีรูพรุนโดยทั่วไป แต่ปัญหาไม้เนื้ออ่อน เนื้อแข็งตามความหมายที่ใช้โดยทั่วๆ ไป เกี่ยวกับไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างนั้น หมายถึงไม้ที่สามารถรับแรงหรือรับน้ำหนักโดยไม่แตกหักเสียหาย ซึ่งหากจะพูดในอีกแง่หนึ่ง ก็คือ ความแข็งแรงของไม้นั่นเอง ดังนั้น ไม้เนื้ออ่อนเนื้อแข็งที่จะกล่าวต่อไปก็หมายความตามที่ว่ากันโดยทั่วไป คือ ความแข็งแรงของไม้ในการรับน้ำหนักในการใช้งานที่ประกอบเป็นสิ่งปลูกสร้าง
ไม้เนื้อแข็งตามาตรฐานของกรมป่าไม้

การกำหนดว่าไม้ชนิดหนึ่งชนิดใดเป็นไม้เนื้อแข็งนั้น มีได้คำนึงถึงเฉพาะในความแข็งแรงในการรับน้ำหนักอย่างเดียว หากได้พิจารณาตามความเป็นจริงและความนิยมยอมรับนับถือโดยทั่วๆ ไปว่า นอกจากความแข็งแรงแล้ว ต้องมีความทนทานอีกด้วย เช่นเดียวกันรุ่นคุณปู่คุณย่ายอมรับว่า ไม้เต็ง รัง ประดู่ แดง มะค่าโมง ตะเคียนทอง เคี่ยม หลุมพอ บุนนาค และกรันเกรา เป็นต้น ว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง ชนิดไม้ที่กล่าวเมื่อนำมาทดลองตามหลักวิชาการ เพื่อหาค่าความแข็งแรงก็ปรากฏว่า เป็นไม้ที่มี่ความแข็งแรงสูงกว่า 1,000 กก./ซม2 ขึ้นไปทั้งสิ้น และเมื่อพิจารณาด้านความทนทานตามธรรมชาติจากการทดลองนำส่วนที่เป็นแก่นของไม้ชนิดดังกล่าวไปทดลองปักดิน ปรากฏว่ามีความทนทานตามธรรมชาติโดยเฉลี่ยสูงกว่า 10 ปีทั้งสิ้น ยกเว้นไม้ตะเคียนทองที่มีค่าความทนทานตามธรรมชาติโดยเฉลี่ย 7.7 ปี จะเห็นว่าความยอมรับนับถือของคนสมัยก่อนที่ว่าเป็นไม่เนื้อแข็งนั้น มีข้อมูลทางวิชาการที่สนับสนุนข้อเท็จจริงนี้ คนในสมัยก่อนได้ความรู้จากประสบการณ์ที่นำไม้ไปใช้จนยอมรับกันว่าเป็นไม้ดี ในปัจจุบันไม้ที่ยอมรับและนิยมนำไปใช้กันว่าเป็นไม้เนื้อแข็งที่ดีหาได้ค่อนข้างยาก ส่วนมากจะพบแต่ไม้ชนิดใหม่ๆที่ยังไม่รู้จักมาก่อน จึงยังไม่ทราบว่าเป็นไม้เนื้อแข็งหรือไม่ บางคนที่คาดคะเนเอาว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง เพราะมีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับไม้ที่นิยมใช้กันโดยเฉพาะไม้ตะเคียนทอง ซึ่งตามข้อมูลทางวิชาการแล้วไม่เป็นจริงเสมอไป บางคนก็นำข้อสงสัยนี้มาปรึกษาหารือกับกองวิจัยผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีงานในหน้าที่เกี่ยวข้องกันการนำไม้ไปใช้ประโยชน์ แต่ในอดีตกองวิจัยผลิตผลป่าไม้เองก็มิได้กำหนดกฏเกณฑ์เอาไว้เป็นบรรทัดฐานว่า ไม้ชนิดใด จัดเป็นไม้เนื้อแข็ง ดังนั้น เพื่อเป็นการตัดปัญหาความยุ่งยากต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปอละเพื่อให้มีหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่แน่ชัดเป็นอย่างเดียวกันในการกำหนดชนิดไม้ว่าเป็นไม้เนื้อแข็งหรือไม้เนื้ออ่อน กองวิจัยผลิตผลป่าไม้จึงได้เสนอหลักเกณฑ์การกำหนดไม้เนื้ออ่อนไม้เนื้อแข็งต่อกรมป่าไม้ ซึ่งกรมป่าไม้เห็นชอบด้วย และได้มี หนังสือกรมป่าไม้ที่ กส 0702/6679 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2517 เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างในส่วนราชการกรมป่าไม้ เวียนให้หน่วยราชการในสังกัดกรมป่าไม้ได้ยึดถือปฏิบัติ และกองวิจัยผลิตผลป่าไม้ก็ถือเอาหลักเกณฑ์ตามหนังสือกรมป่าไม้ดังกล่าวในการตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความข็งแรงของไม้ว่าเป็นไม้เนื้อแข็งหรือไม่

หลักเกณฑ์การแบ่งไม้เนื้ออ่อนไม้เนื้อแข็งตามมาตรฐานของกรมป่าไม้
โดยที่คุณสมบัติไม้ทางด้านกลสมบัติ (mechanical properties) นั้นเกี่ยวข้องกับแรง (stress) ที่มากระทำต่อไม้ ซึ่งมี 4 ลักษณะด้วยกัน คือ แรงบีบ (compressive stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้มีขนาดเล็กกว่าเดิม แรงดึง (tensile stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้มีขนาดหรือปริมาตรใหญ่กว่าเดิม แรงเชือด (shear stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้แยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรงดัด (bending stress) เป็นแรงที่ทำให้ไม้โค้งงอจนหัก เป็นแรงที่รวมเอาแรง 3 ชนิดแรกเข้าด้วยกัน ความสามารถที่ไม้จะต้านทานต่อแรงที่มากระทำ เรียกว่า ความแข็งแรง (strength) ซึ่งจะมีความแข็งแรงชนิดใดก็ขึ้นอยู่กับชนิดแรงที่มากระทำดังกล่าวแล้ว แรงที่นับว่าสำคัญและพบว่าเกิดขึ้นเสมอในสิ่งก่อสร้าง คือแรงบีบขนานเสี้ยนและแรงดัด รองลงมาก็คือแรงเชือด โดยเฉพาะแรงดัดซึ่งสามารถทำให้ไม้หักเสียรูปโดยสิ้นเชิงนั้น เป็นแรงที่มีปัจจัยต่างๆ ในสิ่งก่อสร้างมาเกี่ยวข้องอยู่เป็นอันมาก แรงดัดสูงสุดที่ทำให้ไม้หัก เรียกว่า แรงประลัยหรือสัมประสิทธิ์ในการหัก (modulus of rupture) ความต้านทานของไม้ต่อแรงประลัยนี้ เรียกว่า ความแข็งแรงของไม้ในการดัด ซึ่งยอมรับและใช้กันเป็นมาตรฐานของความแข็งแรงของไม้ ในการแบ่งไม้ออกเป็นประเภทไม้เนื้ออ่อนหรือไม้เนื้อแข็ง จึงได้ถือเอาความแข็งแรงในการดัดเป็นเกณฑ์ โดยพิจารณาความทนทานตามธรรมชาติประกอบด้วยและโดยที่ไม้ตะเคียนทอง (Hoper odorata Roxb.) เป็นไม้ที่ได้รับความนิยมและยอมรับกันอย่างกว้างขวางมานานว่า เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีคุณภาพดีทั้งด้านความแข็งแรงและความทนทาน จึงได้เปรียบเทียบคุณภาพของไม้ที่ยังไม่รู้จักกับไม้ตะเคียนทองเสมอ ดังนั้นการแบ่งไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็งของกรมป่าไม้ จึงนำเอาความแข็งแรงในการดัดของไม้ตะเคียนทองที่แห้งเป็นค่ามาตรฐานในการแบ่งช่วงความแข็งแรงในการดัดของไม้ชนิดต่างๆ ว่าเป็นไม้เนื้อแข็งหรือไม้เนื้ออ่อน ปรากฏตามรายละเอียดใน หนังสือกรมป่าไม้ที่ กส 0702/6679 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2517 ดังกล่าวแล้ว ซึ่งมีสาระสำคัญพอสรุปได้ดังนี้
"ให้แบ่งไม้ออกเป็น 3 ประเภท โดยถือเอาค่าความแข็งแรงในการดัดของไม้แห้ง (ความชื้นประมาณ 12 %)" และความทนทานตามธรรมชาติของไม้นั้น เป็นเกณฑ์ดังนี้


รับซื้อบ้านไม้เก่า รับซื้อไม้เก่า 

post :วันที่ 9-09-2014
ไม้เก่ามีค่าสำหรับยุคปัจจุบัน เพราะไม้เก่า หรือต้นไม้หายากขึ้นทุกวัน คนส่วนใหญ่จึงนิยมหาไม้เก่ามาสร้างบ้านแทน เนื่องจากต้นไม้หายากและผิดกฏหมาย ไม้เก่ามีให้เลือกมากมาย ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้มะค่า ฯลฯ มีให้เลือกมากมายและปัจจุบัน ร้านรับซื้อไม้เก่า รับซื้อบ้านไม้เก่า ก็มีให้เลือกแทบจะทุกจังหวัดในประเทศไทย อยากซื้อ-อยากขาย เชิญตามสบายสนนราคาตกลงกันเองตามใจชอบ ขึ้นแล้วแต่ละชนิดของไม้
+++สนใจขายไม้เก่าของท่านเราบริการรับซื้อบ้านไม้เก่า รับซื้อไม้เก่า ทั่วประเทศไทย รื้อถอนให้ฟรีๆ

รับซื้อบ้านไม้เก่า รับซื้อไม้เก่า

post : วันที่ 8-11-2014
ในความรู้เกี่ยวกับเซลล์ไม้  ไม้แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันทั้งในด้านโครงสร้างเซลล์ ความยาวของเส้นใย สี ละลักษณะอื่นๆ ถ้าเราจะนำเนื้อไม้มาส่องดูทางกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งขยายใหญ่ขึ้นอีกหลายร้อยเท่าจะเห็นได้ว่าไม้นั้นไม่ใช่วัสดุที่เป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenous Structure) แต่ประกอบไปด้วยเซลล์ชนิดต่างๆ หลายอย่างเกาะประกอบกันขึ้นเป็นเนื้อไม้ เซลล์เหล่านี้แบ่งตัวที่เยื้อเจริญ ถ้าแบ่งเซลล์เหล่านั้นตามทิศทางการทอดตัว อาจแบ่งได้เป็น 2 อย่างคือ
1. เซลล์ที่ทอดตัวไปตามความยาวของลำต้นเรียกว่า เซลล์ไม้ (Wood cell)
2. เซลล์ทอดตัวไปตามแนวรัศมีเรียกว่า เซลล์รังสี (Ray Cell)
หน้าที่ของเซลล์ เซลล์ในต้นไม้มีหน้าที่ต่างๆกัน ถ้าแบ่งออกตามหน้าที่อาจแบ่งได้เป็น 3 ชนิด 
1. เซลล์ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ ซึ่งโดยทั่วไป ไปเป็นเซลล์ใหญ่ที่มีผนังบางเรียกว่า เซลล์ลำเลียง (Conducting Tissue) 
2. เซลล์ซึ่งทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงแก่ลำตัน ซึ่งโดยมากมักจะเป็นเซลล์ที่มีขนาดเล็กแต่มีผนังเซลล์หนาเรียกว่า (Supporting Tissue) 
3. เซลล์ซึ่งทำหน้าที่สะสมอาหาร ซึ่งโดยปกติจะมีผนังของเซลล์บางและมีรูปร่างเป็นเหลี่ยมแบนลักษณะคล้ายอิฐเรียกว่า (Storage, Parenchymatous Tissue)
บทความและประสบการณ์ต่างๆ กับเหตุการณ์รับซื้อบ้านไม้เก่า

บทความและประสบการณ์ต่างๆ กับเหตุการณ์รับซื้อบ้านไม้เก่า


เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาประมาณวันที่ 15 เห็นจะได้ถ้าจำไม่ผิด เราออกจากบ้านกันแต่เช้ามุ่งหน้าสู่จังหวัดชัยภูมิ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ บ้านสะโพนทอง กว่าจะออกจากบ้านกันได้ก็วุ่นวายพอสมควรไม่ใช่อะไรหรอกเนื่องจากฝนฟ้าไม่เป็นใจนั้นเอง ฝนตั้งเค้าทะมึนมานั้นเองความรีบร้อบที่อยากไปดูบ้านที่นั้นทำให้หลงลืมนั้นลืมนี้ใจนะไปถึงละ แต่ความเป็ยจริงยังไม่ไปถึงไหน เอาวะรอดูฝนฟ้าอากาศสักหน่อยตอนนั้นเวลาประมาณเกือบ 6 โมงเช้าเห็นจะได้ มองท้องฟ้าแล้วดูท่าทางจะไม่เป็นใจแน่ๆ จึงตัดสินใจกัน....ไปกันเถอะไม่รู้จะรออะไร อากาศน่าจะเป็นแบบนี้ทั้งวันแหละ มันจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วนี้ต้องทำใจ และแล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้นเราออกจากบ้านหกโมงเช้านิดๆ คิดว่าน่าจะไปถึงที่หมายก็ไม่น่าจะเกินบ่ายสามโมง เราขับรถมุ่งหน้าสู่ถนนสายเอเซีย เส้นทางอ่างทอง ผ่านชัยนาท และสิงห์บุรี ตามลำดับ ใช่แล้วครับเรามุ่งหน้าไปเส้นตากฟ้านั้นเอง จำได้เม่นเลยว่าถนนเส้นนี้แย่มากๆ แถมถนนยังสวนเลนอีก ถ้าตอนตอนกลางคืนใครไม่ชินเส้นทางต้องระวังให้มากๆ เพราะนอกจากเจ้าถิ่นแล้วก็คือหลุมบ่อเยอะมาก เจ้าถิ่นที่ว่านี้คือ รถสิบแปดล้อพวงนั้นเอง เพราะสองข้างทางเส้นตากฟ้านี้จะเต็มไปด้วยไร่อ้อยนั้นเอง พูดถึงเรื่องสภาพผิวถนนแล้ว ถ้าคนขับรถพวงมีจรรยาบรรณสักหน่อยคือไม่ต้องขับเร็วก็จะดีมาก เพราะผิวถนนจะได้ไม่ทรุดไปกว่านี้อีกอย่างคุณก็วิ่งเส้นนี้เป็นประจำน่าจะช่วยกันรักษาเส้นทางให้มากกว่านี้ คนที่เขาไม่เคยมาเส้นนี้จะได้ไม่เป็นอันตราย (โม้ไปถึงไหนละ ออกนอกเรื่อง) มาต่อกันถึงไหนละอ้อ เรากะว่าเราจะรถผ่านเส้นตากฟ้าตรงไปที่แยกหนองบัว อำภอหนองบัว จังหวัดนครรสวรรค์เลี้ยวขวาขับมุ่งหน้าสู่แยกบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์นั้นเอง ---ปล.วันนี้แค่นี้ก่อนนนะ


ไม่ได้เข้ามาเขียนเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงนี้เลยวันนี้วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 เมื่อคืนอากาศร้อนมากๆ ร้อนแบบใจจะขาดนอนก็ไม่หลับตัวเหนียวไปหมด มีเหตุระทึกจะเล่าสู่กันฟังครับ ไอ้เจ้ากรรมพัดลมแขวนติดผนังห้อง ไม่รู้เกิดขึ้นได้งัยครับใบพัดลมแตกออกเป็นสอง คือใบพัดนะครับกระเด็นออกมาเลย ในระหว่างที่หลับแต่ก็ได้ยินเสียงดังมากๆ ใบพัดนี้แตกกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง เดชะบุญไม่โดนตัวผมในระหว่างที่หลับ ตื่นมาตกใจนี้มันเสียงอะไรวะ คือน่ากลัวมากๆ ตอนแรกนึกว่าอะไรระเบิดไฟช็อดตรงไหนหรือเปล่า รีบวิ่งไปปิด สวิทซ์ไฟลง เปิดไฟดูโอ้ละพอ พัดลมใบพัดแตกกระเด็นเลย (นึกในใจคงจะใช้งานมันหนัก) เพราะเปิดทั้งวันทั้งคืน คืออากาศมันร้อนมากๆ นึกเอานะน่าจะประมาณ 38 องศาน่าจะได้นะ วันนี้ตื่นเช้ามามองพัดลมกรรมชั้นจะไปหาคู่ให้แก่ที่ไหนวะนี้ ใบพัดลมที่ไหนมีขาย ถ้าวันนี้หาคู่มันไม่ได้ร้อนแน่---ว่าแล้วก็บายครับ จะไปหาคู่ให้พัดลมสวัสดีครับ

สวัสดีครับวันนี้จะขอแนะนำการปักมุดให้กับธุรกิจของท่าน จริงๆแล้วเขาเรียกว่าการทำ Google Map นั้นเองเดียวจะแนะนำทำตามที่ละขั้นตอนนะครับ

1.สถานที่ ที่อยู่ที่ชัดเจน (คือสถานที่เปิดทำการธุรกิจของเรานั้นเอง)
2.เข้าไปที่ Google Map (ใครยังไม่มีให้ไปดาวน์โหลดแอปมาก่อนนะครับ) 
3.เปิดแอปขึ้นมา แล้วค้นหาหมวดหมู่ธุรกิจของเรา ว่ามีไหมถ้าไม่มี ให้เราเพิ่มธุรกิจที่ขาดหายไป ดังนี้
3.1 เพื่มชื่อธุรกิจ
3.2 สถานที่ตั้งที่แน่นอน (เพราะต้องยืินยันกับ Google ทีหลัง)
3.2 เบอร์โทรศัพท์
3.3 เวลาเปิดทำการ
3.4 และเว็บไซต์
เสร็จส่งเลยครับ ****มันอาจจะดูยุ่งยากสำหรับเรา*** นี้คือการแนะนำเบื้องต้นนะครับ แนะนำวิธีการทำแต่ละขั้นตอนแบบละเอียด หาอาจเพิ่มเติมได้ที่ Google

ลองดูนะครับ

รับซื้ิอบ้านไม้เก่าสระบุรี

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ ตกทุกวันไม่มีวันหยุด ตกบ่ายๆมาแล้วเจ้าฝน งานรื้อถอน รับซื้อบ้านไม้เก่า หยุดชั่วคราวอันตราย ฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ งานก็น้อยลงไม่เหมือนช่วงเดือนตุลาคม ถึง เมษา นี้ถือวง่าเป็นช่วงกอบโกยเลยที่เดียว ลูกค้าส่งรูปมาตีราคาทางไลน์กันเยอะแต่ราคาจะผ่านหรือไม่ผ่านต้องดูของจริง ลูกค้าบางคนส่งมาอีกมุมมองหนึ่งพอตีราคาไปแล้วไปดูบ้านจริงมันไม่ใช่ก็มี แต่ถ้าจะให้ดีเวลารับซื้อบ้านไม้เก่าแล้วแนะนำให้ดูของจริงเลย เสียเวลาขับรถไปดูดีกว่า หรือว่าส่งรูปมาตีราคาไม่สูงมากก็ดีเผื่อไว้ จะได้ไม่มีปัญหา เพื่อนๆหลายคนเคยเจอมาแล้วรูปแบบนี้ (เคล็ดลับจะได้ไม่เจ็บตัว) 

ออกแบบโดย รับซื้อบ้านไม้เก่า รับซื้อไม้เก่า